1)
ตำแหน่งของมะเร็ง :
ตับอ่อนเป็นต่อมที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินและฮอร์โมนต่างๆ รวมไปถึงเอนไซม์ย่อยต่างๆ
มะเร็งตับอ่อนนั้นพัฒนาขึ้นจากท่อ
ที่เป็นทางเดินของน้ำย่อย โดยตับอ่อนจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือส่วนบน,
ส่วนกลางและส่วนท้าย
มะเร็งชนิดนี้สามารถแพร่กระจายจากต่อมน้ำเหลืองเข้าสู่ตับ, ปอด, เยื่อบุช่องท้อง
พบผู้เป็นมะเร็งชนิดนี้ในสหรัฐอเมริกา
ประมาณ 32,000 คนต่อปี โดยมักจะรักษาได้ยาก เนื่องจากพบมะเร็งเมื่อสายเกินไป
มะเร็งจึงลุกลามยากที่จะผ่าตัดได้
2)
ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับอ่อน :
-
อาหารบางประเภทเช่น น้ำตาล, กาแฟ
-
การสูบบุหรี่, การเป็นโรคเบาหวาน, การเป็นโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
- ผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงในอัตรา 2 ต่อ 1 อายุเฉลี่ยที่พบคือ 65 ปี
โดยเป็นชาวแอฟริกันอเมริกันมากกว่าชาวเอเชียหรือ
ชนผิวขาว
3)
การเจริญเติบโตของโรค :
มะเร็งตับอ่อนมักจะสัมพันธ์กับมะเร็งกระเพาะอาหาร
ด้วยความที่อวัยวะทั้งสองอยู่ติดกันทำให้ยากที่จะบอกได้ว่าต้นกำเนิดของ
มะเร็งมาจากอวัยวะใด
4) ลักษณะอาการ :
-
อาการที่พบบ่อยคือมีตัวเหลืองเนื่องจากท่อน้ำดีที่พาดผ่านตับอ่อนถูกกดทับ
ทำให้ปัสสาวะมีสีเข้ม, ผิวเหลือง, ตาแหลือง,
อุจจาระมีสีซืด, มีผื่นคัน
-
อ่อนเพลีย, น้ำหนักลด, คลื่นไส้
- ปวดร้าวที่บริเวณท้องส่วนบน
5)
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับอ่อน :
-
ตรวจสุขภาพทั่วไป โดยเน้นตรวจหาภาวะตัวเหลืองและโรคตับแข็ง
-
ตรวจอัลตร้าซาวด์ที่ช่องท้อง, การส่องกล้องตรวจภายในทางเดินอาหาร,
การตรวจทางเดินของน้ำดีด้วยวิธี
retrograde cholangiopancreatography,
ร่วมกับการตรวจเนื้อเยื่อ
-
การตรวจเลือดเพื่อหาตัวบ่งชี้มะเร็ง CEA และ CA 19-9
6) การบำบัดรักษา :
-
การผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมะเร็งบนตับอ่อน, ขนาดของมะเร็ง
และระยะของโรค โดยหากเกิดที่ส่วนบนของ
ตับอ่อนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลำไส้เล็ก, กระเพาะอาหาร,
ถุงน้ำดีและม้ามสามารถผ่าตัดออกได้ ถือเป็นผ่าตัดใหญ่ที่ต้อง
อาศัยความละเอียดอ่อนซึ่งจะกระทำได้ต่อเมื่อมะเร็งนั้นสามารถผ่าออกได้และเมื่อไม่มี
การแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ
-
การใช้รังสีและเคมีบำบัดในกรณีที่ก้อนเนื้อนั้นไม่สามารถผ่าตัดออก
จะช่วยทุเลาความรุนแรงของอาการลงได้
7)
การตรวจติดตามผลการรักษา :
สามารถติดตามผลการรักษาได้โดยหมั่นเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาตัวบ่งชี้มะเร็ง
8)
การป้องกัน :
-
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
-
ควรงดการสูบบุหรี่
-
เข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาตัวบ่งชี้มะเร็ง
การตรวจเลือดเบื้องต้นเพื่อหาตัวบ่งชี้มะเร็งนั้นทำได้โดยการตรวจ Biomarkers C12
แนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุกปี เพื่อ
ความสุขใจของตัวคุณและครอบครัว
โรคมะเร็งตรวจพบได้ เริ่มต้นที่ตัวคุณวันนี้